วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อากาศเย็น ณ ม่อนแจ่มในฤดูฝน

          ตื่นเช้ามาในวันอาทิตย์ที่อากาศแสนสบาย ถึงแม้งานจะมีกองอยู่ตรงหน้ามากมาย แต่ด้วยสภาพอากาศที่ชวนให้ฝันเคลิ้ม ฟ้าครึ้มด้วยเมฆฝนสีเทาอ่อน ๆ ลมเย็นสบายอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ลืมเรื่องงาน และไม่ต้องการจับต้องงานชิ้นได นอกจากฝันไปไกลว่า "แหม วันที่อากาศดี ๆ แบบนี้ น่าไปนั่งชมธรรมชาติ ต้นไม้ ใบหญ้าเขียวขจีสมเป็นฤดูฝน พร้อมกับจิบกาแฟอุ่น ๆ คงช่วยให้จิตใจแช่มชื่นไม่น้อย ...คิดพลางหยิบโทรศัพท์ (ตัวใหม่ที่เพิ่งถอยมาด้วยความประทับใจในราคาและความสามารถ) กดเบอร์โทรออกหาเจ้าหมู่รุ่นน้องที่คาดว่า วันนี้ต้องว่างแน่ ๆ เพื่อเป็นแนวร่วมไปหาร้านกาแฟแถว อ.แม่ริม ( คงเดากันออกนะครับ ว่าเป็นร้านอะไร ) ... เสียงเจื้อยแจ้วในสายตอบโอเคเร็วพลัน ... ไม่นานก็มารับถึงบ้านและพร้อมออกเดินทาง

          จากบ้านที่แม่โจ้ ไป ร้านศาลากาแฟ ที่แม่ริม ไม่ไกลนัก ขับรถสิบกว่านาทีก็ถึง ..... แต่พอไปถึง โอ้โหหหหหหห คนล้นหลาม เหมือนมีเทศกาลเทกระจาด มองหาโต๊ะนั่งยังไม่มีว่างเลยทีเดียว ทั้งสามคนจึงลงมติเป็นเอกฉันท์ด้วยเวลา 0.21 วินาที ว่า "ไปร้านอื่นกันเถอะ!!!"

          ระหว่างทางออกจากร้านยอดฮิต สมองพร้อมซีพียู คอไอ 5 และแรม 2 จิ๊ก ก็ประมวลผลเร็วปรื๋อว่าไปร้านไหนดี เหลือบมองนาฬิกาก็เกือบบ่ายสามโมงแล้ว ..... ใกล้ ๆ กันนี้ก็มีร้านกาแฟวาวี... แต่คนคงเยอะเช่นกัน .... พลันสมองก็สั่งการให้ริมฝีปากเอ่ยออกมาว่า " ขึ้นดอยกันมั้ย  ไปหาร้านกาแฟเส้นแม่ริม สะเมิง กินกัน " พลขับรีบตอบ " ก็ว่าจะบอกอยู่พอดี " แฟนพลขับรีบเอ่ยต่อ " ไป ไป ไป " .... สรุปว่าเป็นเอกฉันท์อีกแล้ว  พลขับเลยเบี่ยงหัวรถมุ่งขึ้นดอยทันที

          สองข้างทางถนนเส้นนี้คลาคล่ำไปด้วยร้านค้า ที่พัก โรงแรมตั้งแต่ไม่มีดาวจนไปถึงมากดาว สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ปางช้าง ฟาร์มงู ฟาร์มลิง ผจญภัย ฯลฯ แต่ที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจมากที่สุดกลับเป็นความเขียวขจีชุ่มฉ่ำของต้นไม้และป่าไม้สองข้างทาง ที่คุณไม่สามารถสัมผัสแบบนี้ได้หากมาในฤดูหนาว  ...

          เราเพลินกับการชมธรรมชาติสองข้างทาง ( ไม่บ่อยนักที่จะมีพลขับ และให้เรานั่งชม เพราะปกติเราเป็นคนขับตลอด ) เพลินได้สักพักขณะขับผ่านปางช้างแม่สา กระเพาะอาหารก็สั่งการให้สมอง คอไอ 5 สั่งงานให้ปากเอ่ย " เราเปลี่ยนจากการหาร้านกาแฟเป็นร้านกินข้าวกันดีมั้ย " สมาชิกร่วมทริปรีบตอบ "ไอ ดู" กันทันที  ..... สรุปคือเริ่มหิวกันแล้ว

          เป้าหมายในสมองมีให้เลือกสองร้าน คือ โป่งแยงแอ่งดอย กับ พราวภูฟ้า ... สุดท้ายก็ตัดสินใจไปโป่งแยง แอ่งดอยกัน ด้วยที่ผู้ร่วมทริปอีกสองคนยังไม่เคยมาร้านนี้ เลยค่อนข้างตื่นเต้นเป็นพิเศษ ( สังเกตได้จากความร่าเริงเทิดเทิง และสายตาประกายแวววาวเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ) พอถึงร้าน จอดรถเรียบร้อย ( ถ้าใครเคยไปร้านอาหารนี้คงจะจำกันได้ว่า จะต้องเดินตามทางที่มีต้นไม้น่ารัก ๆ สองข้างทาง ไปจนถึงห้องอาหาร ) ผู้ร่วมทริปทั้งสองคน ดี้ด๊า กันใหญ่ บ่นอุบอิบว่า เสียดายไม่ได้เอากล้องมาด้วย เพราะอย่างที่บอก วันนี้อากาศดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่มีแดด เย็นสบาย ทำให้ธรรมชาติดูสวยงามและน่าประทับใจมากขึ้นไปอีก เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างมาก ... พอถึงตัวห้องอาหาร เราเลือกที่นั้งริมระเบียง มองเห็นหุบแอ่ง ที่มีน้ำตกฟองขาวตกกระทบหิน เสียงดังอยู่ไม่ไกล ตัดด้วยสีเขียวของเหล่าไพรพฤกษ์ ทำให้รู้สึกเหมือนได้ล้างปอด ล้างจิตใจ และผ่อนคลายได้เป็นอย่างมาก ..ก่อนที่จะสั่งอาหารและเครื่องดื่ม มาสุนทรีย์กับธรรมชาติกัน

          ธรรมชาติของป่าเขายามหน้าฝน ช่างสวยงามเสียนี่กระไร ใครที่คิดว่าจะมาเที่ยวป่าเขาในหน้าหนาว ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาในหน้าฝนดูบ้างก็ได้นะครับ จะได้บรรยากาศที่ชวนให้เคลิ้มเพลินไปอีกแบบ เพียงแต่ต้องเช็คสภาพฟ้าฝนสักหน่อยก่อนมา เพราะถ้าฝนตกตลอดเวลาก็คงจะหมดสนุก เหมือนที่ตัวเองคิดว่า ไปปายหน้าฝน สนุกกว่าไปหน้าหนาว เพราะสายตาจะไม่ขาดสีเขียวของธรรมชาติเลย นั่งมองฝนพรำอยู่ในร้านอาหาร ก็ทำให้ใจสงบได้

          ทานอาหารจนหมด เหลือบมองดูนาฬิกา โอ้วววววว จะห้าโมงเย็นแล้ว พลขับเอ่ยชวน "เราไปกินกาแฟบ้านคุณยายกันมั้ย ที่ณเดชน์มาถ่ายละครน่ะ " แฟนพลขับรีบเอ่ย "ไป ไป ไป "  ส่วนเราไปอยู่แล้ว คิดได้แบบนี้ ก็เรียกเช็คบิลและจรรีออกจากร้าน และมุ่งหน้าสู่ม่อนแจ่มทันที

          ไม่อยากบอกเลยว่า ตัวเราเองไม่เคยไปม่อนแจ่มเลย ขนาดเป็นคนเชียงใหม่แท้  ๆ ทั้ง ๆ ที่คนจากที่ไกลเค้าไปกันโครม ๆ เพราะโดยส่วนตัวคิดว่าไม่อยากไปเบียดเสียดเที่ยวในช่วงที่คนเค้ามากันเยอะ ๆ อย่างช่วงหน้าหนาว ... เย็นนี้เลยมีโอกาสอันดีที่จะได้ไป (แถมไม่ต้องขับรถเองอีกต่างหาก ชอบตรงเนี้ยยย ) พลขับพาขึ้นไปทางม่อนแจ่ม เราก็ตื่นตาไปกับสภาพธรรมชาติสองข้างทางและหมู่บ้านชาวเขา ( ใครที่ไม่เคยไปช่วงเย็น ๆ แบบนี้ หากมีโอกาส ลองไปดูสักครั้งนะครับ แปลกตาไปอีกแบบ ) จนไปถึงม่อนแจ่ม ทีแรกก็คิดว่าคงไม่มีคน แต่ที่ไหนได้ รถจอดพอสมควร คนมาเที่ยวกันพอสมควร (ไม่มากนะครับ แต่ก็ไม่เหงา ) คงเพราะบรรยากาศอากาศเป็นใจ ประกอบกับเป็นวันอาทิตย์ คนเลยขึ้นมาพักผ่อนชมวิวกัน .....เปิดประตูเพื่อลงรถ อากาศเย็นก้อพัดมาประทะใบหน้าทันที  วู้ววววว เย็นเหมือนหน้าหนาวเลย ชอบจริง ๆ ผู้ร่วมทริปทั้งสามต่างดี๊ด๊าเถิดเทิงกันเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงม่อนแจ่มได้ เพราะไม่ได้เตรียมการอะไรเลย ( หลาย ๆ ครั้งที่การวางแผนจะไปเที่ยวไหนล่ม  แต่ตรงกันข้าม การไปไหนโดยไม่ได้วางแผนหรือเตรียมการ เป็นอะไรที่สนุกจริง ๆ )






       



สองสามีภรรยา (พลขับและแฟน) ต่างพากันถ่ายรูปกันใหญ่ด้วยกล้องจากมือถือ ส่วนเราชมธรรมชาติและสูดโอโซนเพื่อฟอกปอดอย่างเต็มที่ หายใจสะดวก อากาศเย็นมาก มองลงไปเห็นขุนเขาที่มีเมฆลอยละเลียดยอดเขา สวยงามเกินคำบรรยาย บางแห่งสายฝนโปรยปรายลงสู่พื้นจากก้อนเมฆสีเทาเล็ก ๆ  ช่างเป็นการรังสรรค์ที่งดงามและชุ่มฉ่ำสายตาทีเดียว




ยามเย็นของที่นี่ ให้ความรู้สึกมีมนต์ขลังอย่างบอกไม่ถูก ทุกอย่างดูลงตัว ทุกอย่างดูมีชีวิต ไม่เว้นแม้แต่เสาป้ายบอกทาง หรือก้อนหินที่มีดอกไม้รายรอบ ในกระต๊อบมีผู้คนกำลังนั่งเฮฮาทานข้าวด้วยแสงตะวันที่อ่อนล้าเตรียมลาลับขอบเขา ในกระท่อมไม้ไผ่ ผู้คนจิบเครื่องดื่มที่ตัวเองชื่นชอบด้วยสายตาเดียวกันคือมองออกสู่ธรรมชาติและใบหน้าที่อิ่มสุข ต่างกำซาบความงามของสรรพสิ่งที่ธรรมชาติบรรจงสร้าง ...... เราคิดว่า ช่างโชคดี ที่มาเที่ยวที่นี่ในวันที่บรรยากาศดี ๆ และหายากเช่นนี้ได้






          ไม่ไกลและไม่ยากเลย ที่ทุกท่านจะได้สัมผัส ความสุนทรีย์ของธรรมชาติในช่วงหน้าฝนแบบนี้ .. คนไม่เยอะ ไม่ต้องเบียดเสียดเที่ยว ไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดบนดอย ... ช่วงของหน้าฝนของปีนี้ยังคงอยู่ไปอีกหลายวัน ...
ว่างจากสิ่งที่ทำ อยากให้ลองมาสัมผัสกันครับ แล้วคุณจะรักหน้าฝนมากขึ้น เหมือนที่ผมรัก :)

1 ความคิดเห็น:

  1. สล็อต สมัคร เว็บ เครดิต ฟรี แจ็คพอตในเกมสล็อต PG SLOT นั้นเต็มไปด้วยเงินรางวัลที่มากมายและรอคอยให้ผู้เล่นได้รับ pg slot และสิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือการเจาะแจ็คพอต

    ตอบลบ